บล็อก

แนะนำคู่มือเลือกรองเท้าวิ่งคู่แรกสำหรับมือใหม่

ematic ematic 30 October 2024
แนะนำคู่มือเลือกรองเท้าวิ่งคู่แรกสำหรับมือใหม่

วิธีเลือกรองเท้าวิ่งคู่แรกสำหรับมือใหม่ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเท้า

ทุกวันนี้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและเริ่มวิ่งกันมากขึ้น ไม่ว่าจะวิ่งเพื่อสุขภาพ วิ่งงานฟันรัน หรือตั้งเป้าฮาล์ฟมาราธอน สิ่งแรกที่มือใหม่ควรให้ความสำคัญคือการเลือกรองเท้าวิ่งที่เหมาะกับเท้าและการใช้งาน เพราะรองเท้าที่ใช่จะช่วยให้วิ่งสบายขึ้น วิ่งได้นานขึ้น และลดความเสี่ยงบาดเจ็บ

บทความนี้ Rev อัปเดตคู่มือเลือกรองเท้าวิ่งสำหรับมือใหม่ฉบับปี 2026 ตั้งแต่วิธีเช็กรูปเท้า ลองไซซ์ให้พอดี ไปจนถึงรุ่นแนะนำที่มีขายใน Rev Online Store ตอนนี้

รองเท้าวิ่งสำคัญอย่างไร ทำไมต้องเลือกให้เหมาะกับเท้า?

หลายคนคิดว่ารองเท้าผ้าใบคู่ไหนก็ใส่วิ่งได้ แต่ขณะวิ่ง เท้าต้องรับแรงกระแทกหลายเท่าของน้ำหนักตัวในทุกก้าว รองเท้าวิ่งจึงถูกออกแบบมาเพื่อซับแรงกระแทก ช่วยให้ก้าวต่อเนื่อง และรองรับรูปแบบการลงเท้าที่ต่างกัน การเลือกรองเท้าให้ตรงกับลักษณะเท้าและประเภทการวิ่ง จะช่วยทั้งเรื่องความสบาย ประสิทธิภาพ และการป้องกันอาการบาดเจ็บ เช่น ปวดเข่า หรือรองช้ำ

เช็กรูปเท้าตัวเองด้วย Wet Test

วิธีง่าย ๆ ที่ทำได้เองที่บ้าน คือทำเท้าให้เปียกหมาด ๆ แล้วเหยียบลงบนกระดาษสีเข้ม จากนั้นดูรอยเท้าช่วงกลางเท้า

  1. อุ้งเท้าปกติ (Normal Arch): รอยกลางเท้าเว้าเข้าพอประมาณ เป็นรูปเท้าที่พบบ่อยที่สุด ใส่รองเท้าสาย Neutral ได้
  2. อุ้งเท้าสูง (High Arch): รอยกลางเท้าเว้าแคบมากหรือแทบไม่มีรอย มักต้องการรองเท้าที่นุ่มและซับแรงกระแทกดี
  3. เท้าแบน (Flat Arch): รอยเต็มเกือบทั้งฝ่าเท้า อาจเหมาะกับรองเท้าสาย Stability อ่านต่อได้ที่ เคล็ดลับเลือกรองเท้าสำหรับคนเท้าแบน-เท้าล้ม

วิธีลองรองเท้าวิ่งให้พอดีกับเท้า

  • เว้นที่ปลายเท้าประมาณ 1 นิ้วโป้ง: เพราะเท้าจะขยายและเลื่อนไปข้างหน้าเล็กน้อยขณะวิ่ง
  • หน้าเท้าไม่บีบ ขยับนิ้วได้: ถ้ารู้สึกบีบด้านข้าง ลองรุ่นหน้ากว้าง (Wide / 2E)
  • ส้นเท้ากระชับ ไม่ยกหลุด: เดินหรือวิ่งเบา ๆ แล้วส้นเท้าไม่ควรเลื่อนขึ้นลง
  • ลองรองเท้าช่วงบ่ายหรือเย็น: เท้าจะขยายตัวมากกว่าช่วงเช้า ใกล้เคียงกับตอนวิ่งจริง
  • ใส่ถุงเท้าวิ่งที่ใช้จริงไปลอง: ความหนาของถุงเท้ามีผลต่อความพอดี

รู้จัก Heel-to-Toe Drop

Drop คือความต่างของความสูงพื้นรองเท้าระหว่างส้นเท้ากับหน้าเท้า วัดเป็นมิลลิเมตร เช่น ส้นสูง 38 มม. หน้าเท้า 30 มม. เท่ากับ Drop 8 มม. รองเท้าวิ่งส่วนใหญ่มี Drop ประมาณ 4–10 มม. Drop สูงจะช่วยลดภาระที่น่องและเอ็นร้อยหวาย ส่วน Drop ต่ำจะให้ความรู้สึกใกล้พื้นมากกว่า มือใหม่ส่วนใหญ่เริ่มที่ Drop ประมาณ 6–10 มม. ได้สบาย

รองเท้าวิ่งต่างจากรองเท้าผ้าใบทั่วไปอย่างไร?

  • การซับแรงกระแทก: รองเท้าวิ่งใช้โฟมที่ออกแบบมาเพื่อรับแรงกระแทกซ้ำ ๆ ระหว่างวิ่ง
  • ความยืดหยุ่นและรูปทรงพื้น: ช่วยให้ก้าวจากส้นไปปลายเท้าได้ลื่นไหล
  • น้ำหนักเบาและระบายอากาศดี: ลดความล้าและความอับชื้นเมื่อวิ่งนาน
  • มีรุ่นเฉพาะตามรูปเท้าและการใช้งาน: ทั้งสาย Neutral, Stability, วิ่งเร็ว และแข่งขัน

ประเภทรองเท้าวิ่ง เลือกแบบไหนดี?

ประเภท ลักษณะ เหมาะกับ
Daily Trainer / มือใหม่ นุ่ม ใส่สบาย ทนทาน วิ่งประจำวัน มือใหม่ วิ่งเพื่อสุขภาพ
Max Cushion พื้นหนา นุ่มพิเศษ วิ่งยาวช้า วัน Recovery คนที่ต้องการความนุ่มมาก
Lightweight / Speed Trainer เบา เด้ง คล่องตัว ซ้อมเร็ว เทมโป เมื่อเริ่มวิ่งสม่ำเสมอ
Racing (แผ่นคาร์บอน) เบาที่สุด คืนแรงสูง วันแข่ง ทำเวลา
Stability มีโครงสร้างช่วยลดการบิดของเท้า คนเท้าแบน เท้าล้ม

สำหรับมือใหม่ แนะนำเริ่มจากรองเท้า Daily Trainer คู่เดียวก่อน แล้วค่อยเพิ่มคู่สำหรับซ้อมเร็วหรือวันแข่งเมื่อวิ่งสม่ำเสมอแล้ว

แนะนำรองเท้าวิ่งแต่ละประเภท

รองเท้าวิ่งสำหรับมือใหม่และวิ่งทุกวัน (Beginner & Daily Trainer)

HOKA Clifton 11 รองเท้าวิ่งสำหรับมือใหม่

1. HOKA Clifton 11

รองเท้าวิ่งยอดนิยมของ HOKA ที่นุ่ม น้ำหนักเบา และใส่สบายตั้งแต่ก้าวแรก ใช้ได้ทั้งวิ่งและเดิน เป็นรุ่นที่มือใหม่หลายคนเลือกเป็นคู่แรก มีทั้งรุ่นปกติและรุ่นหน้ากว้าง

ซื้อ HOKA Clifton 11 Wide ผู้ชาย ซื้อ HOKA Clifton 11 ผู้หญิง
Saucony Ride 19 รองเท้าวิ่งซ้อมประจำวัน

2. Saucony Ride 19

รองเท้าวิ่งสาย Neutral สำหรับซ้อมประจำวัน ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่ม ความมั่นคง และความคล่องตัว เหมาะกับนักวิ่งทุกระดับ เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้ยาว ๆ ตั้งแต่เริ่มวิ่งจนถึงซ้อมระยะไกล

ซื้อ Saucony Ride 19 ผู้ชาย ซื้อ Saucony Ride 19 ผู้หญิง
ASICS Novablast 6 รองเท้าวิ่ง Daily Trainer

3. ASICS Novablast 6

Daily Trainer ที่นุ่มและเด้งด้วยโฟมตระกูล FF BLAST วิ่งสนุก น้ำหนักไม่หนัก เหมาะกับมือใหม่ที่อยากได้คู่เดียวใช้ทั้งวิ่งเบาและวันที่อยากเร่งเพซขึ้นบ้าง

ซื้อ ASICS Novablast 6 ผู้ชาย ซื้อ ASICS Novablast 6 ผู้หญิง
Brooks Ghost Max 4 รองเท้าวิ่งพื้นหนานุ่ม

4. Brooks Ghost Max 4

รองเท้าวิ่งพื้นหนานุ่มจาก Brooks สำหรับคนที่อยากได้ความนุ่มเป็นพิเศษ ลงเท้ามั่นคง เหมาะกับมือใหม่ที่น้ำหนักตัวมาก วิ่งยาวช้า ๆ และใช้เดินออกกำลังกาย มีรุ่นหน้ากว้าง 2E ให้เลือก

ซื้อ Brooks Ghost Max 4 ผู้ชาย ซื้อ Brooks Ghost Max 4 ผู้หญิง

รองเท้าวิ่งน้ำหนักเบาสำหรับซ้อมเร็ว (Lightweight & Speed Trainer)

Saucony Kinvara 16 รองเท้าวิ่งน้ำหนักเบา

5. Saucony Kinvara 16

รองเท้าวิ่งน้ำหนักเบาที่คล่องตัว เหมาะกับคนที่เริ่มวิ่งสม่ำเสมอแล้วและอยากได้รองเท้าที่ใกล้พื้นมากขึ้นสำหรับวันซ้อมเร็วหรือวิ่งระยะสั้น

ซื้อ Saucony Kinvara 16 ผู้ชาย ซื้อ Saucony Kinvara 16 ผู้หญิง
Saucony Endorphin Speed 5 รองเท้าวิ่ง Super Trainer

6. Saucony Endorphin Speed 5

Super Trainer ที่ใช้ได้ทั้งวันซ้อมเร็ว เทมโป และวันแข่ง พื้นเด้งพร้อมแผ่นไนลอนช่วยส่งแรง เป็นคู่ที่สองที่ดีสำหรับมือใหม่ที่เริ่มตั้งเป้าลงงานวิ่ง อ่านเพิ่มเติมที่ Rev Review: Endorphin Series

ซื้อ Saucony Endorphin Speed 5 ผู้ชาย

รองเท้าวิ่งสำหรับแข่งขัน (Racing Shoes)

รองเท้ากลุ่มนี้ใช้แผ่นคาร์บอนและโฟมคืนแรงสูง เหมาะกับวันแข่งหรือการทำเวลา แนะนำให้ใส่ซ้อมเพซแข่งสัก 1–2 ครั้งก่อนวันจริง ดูรองเท้าวิ่งตามระยะได้ที่ รองเท้าวิ่งฟูลมาราธอน

Saucony Endorphin Pro 5 รองเท้าวิ่งแข่งแผ่นคาร์บอน

7. Saucony Endorphin Pro 5

รองเท้าวิ่งแข่งพร้อมแผ่นคาร์บอนเต็มความยาว เหมาะกับการทำเวลาและวิ่งระยะไกลด้วยความเร็ว ให้ความมั่นคงกว่ารองเท้าแข่งสายเบาสุด เหมาะกับนักวิ่งที่เริ่มลงฮาล์ฟหรือฟูลมาราธอน

ซื้อ Saucony Endorphin Pro 5 ผู้ชาย ซื้อ Saucony Endorphin Pro 5 ผู้หญิง
Saucony Endorphin Elite 3 รองเท้าวิ่งแข่งระดับท็อป

8. Saucony Endorphin Elite 3

รองเท้าวิ่งแข่งระดับท็อปของ Saucony ออกแบบมาสำหรับ Race Day โดยเฉพาะ โฟมตอบสนองไว น้ำหนักเบา เหมาะกับนักวิ่งที่ต้องการทำเวลาเต็มที่ ไซซ์แบบ unisex

ซื้อ Saucony Endorphin Elite 3
HOKA Rocket X 3 รองเท้าวิ่งแข่ง

9. HOKA Rocket X 3

รองเท้าวิ่งแข่งของ HOKA สำหรับคนที่ชอบความนุ่มเด้งแบบ HOKA ในวันแข่ง ไซซ์แบบ unisex (ระบุไซซ์ชาย/หญิงในหน้าสินค้า)

ซื้อ HOKA Rocket X 3

เคล็ดลับดูแลรักษารองเท้าวิ่ง

  • คลายเชือกก่อนถอดทุกครั้ง: ไม่ถอดแบบเหยียบส้น ช่วยรักษาทรงส่วนหุ้มส้น
  • ทำความสะอาดด้วยมือ: ใช้แปรงขนนุ่มกับน้ำสบู่อ่อน ๆ ไม่ควรเข้าเครื่องซักผ้า
  • ผึ่งให้แห้งในที่ร่ม: ถอดแผ่นรองเท้าออก ยัดกระดาษหนังสือพิมพ์ช่วยซับความชื้น หลีกเลี่ยงแดดจัดและเครื่องเป่าลมร้อน เพราะทำให้โฟมและกาวเสื่อมเร็ว
  • สลับใช้หลายคู่ถ้าวิ่งบ่อย: ช่วยให้โฟมได้คืนตัว อ่านเพิ่มที่ Shoe Rotation คืออะไร
  • เปลี่ยนรองเท้าทุก 500–800 กม.: หรือเมื่อพื้นสึกจนรู้สึกแรงกระแทกมากขึ้น อ่าน ทำไมนักวิ่งควรเปลี่ยนรองเท้าทุก 500 กิโลเมตร

คำถามที่พบบ่อย

Q1: มือใหม่ควรเริ่มจากรองเท้าแบบไหน?

ตอบ: เริ่มจากรองเท้า Daily Trainer ที่นุ่มและใส่สบาย เช่น HOKA Clifton 11, Saucony Ride 19 หรือ ASICS Novablast 6 ยังไม่จำเป็นต้องใช้รองเท้าแผ่นคาร์บอน

Q2: รองเท้าวิ่งควรใหญ่กว่าไซซ์ปกติไหม?

ตอบ: ส่วนใหญ่ควรเผื่อที่ปลายเท้าประมาณ 1 นิ้วโป้ง หลายคนจึงใส่รองเท้าวิ่งใหญ่กว่ารองเท้าทั่วไปครึ่งไซซ์ แต่ควรลองจริงทุกครั้ง เพราะแต่ละแบรนด์มีไซซ์ต่างกัน

Q3: ใช้รองเท้าวิ่งเดินในชีวิตประจำวันได้ไหม?

ตอบ: ได้ รองเท้าวิ่งสายนุ่มใส่เดินสบายมาก แต่ถ้าใส่ทั้งวันทุกวัน พื้นจะสึกเร็วขึ้น อาจแยกคู่สำหรับวิ่งโดยเฉพาะ

สอบถามข้อมูล